(อาชีพ)บรรณาธิการ

ในแวดวงของนักเขียนหรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับหนังสือ ไม่ว่าจะทำงานรับผิดชอบในด้านใด ย่อมจะรู้จักดีกับตำแหน่งงาน “บรรณาธิการ” เพราะตำแหน่งนี้มีความสำคัญสำหรับองค์กรนั้นๆมาก ไม่ว่าจะเป็น หนังสือพิมพ์รายวัน นิตยสารรายสัปดาห์ สำนักพิมพ์(ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก) ตำแหน่งนี้มีความสำคัญเช่นเดียวกับตำแหน่ง “ผู้กำกับการแสดง” ในวงการภาพยนต์หรือละครนั่นเชียว

แต่อาจจะมีผู้คนไม่มากนักที่จะรู้จักกับตัวตนจริงๆของ “บรรณาธิการ” นอกจากเคยอ่านพบชื่อใครสักคนในรายชื่อผู้จัดทำหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารสักฉบับ

“คนไทยวันนี้” เคยนำเสนอเรื่องราวของบุคคลต่างๆในแวดวงอาชีพต่างๆมาหลายคนแล้ว วันนี้จึงมีความยินดีที่จะนำเสนอผลงานของบุคคลหนึ่งที่คลุกคลีกับอาชีพ “บรรณาธิการ” มาเกือบตลอดชีวิต

เขาคือ เรืองเดช จันทรคีรี เขาเป็นใครลองอ่านประวัติชีวิตเขาด้านล่างนี้

ประวัติ คุณเรืองเดช จันทรคีรี

นายเรืองเดช จันทรคีรี
กำเนิด  27 พฤษภาคม 2497  ที่ตำบลยะหา  อำเภอยะหา จังหวัดยะลา
บุตรนายรื่น-นางพิมพา จันทรคีรี  บุตรคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้อง 8 คน

การศึกษา
ป.1-ป.4 ( 2504-2507 )          โรงเรียนบ้านยะหา
ป.5-ป.7 ( 2508- 2510 )           โรงเรียนประถมสุนทรธรรม
ม.ศ.1-ม.ศ. 3   ( 2511-2513 ) โรงเรียนยะหาศิรยานุกูล
ม.ศ. 4   (2514)    ร.ร.สาธิต ม.สงขลานครินทร์(ปัตตานี)   เมื่อขึ้น ม.ศ.5 เรียนได้ครึ่งปีก็มีปัญหาสุขภาพจนต้องหยุดเรียน
ม.ศ. 5  (2516)                ร.ร.สตรีสมุทรปราการ (ไม่จบ)
จบ ม.ศ.5 โดยการสอบเทียบของกระทรวงศึกษาธิการในปี 2516
เข้าเรียนสถาปัตยกรรมศาตร์   จุฬาฯ  1 ปี (2517)
ปริญญาตรี  นิติศาสตร์บัณฑิต ม.ธรรมศาสตร์ ( 2518-2524 )

ประวัติงาน
เริ่ม มีผลงานบทกวีขนาดสั้นลงพิมพ์ในนิตยสาร ชัยพฤกษ์  รายเดือนและ สตรีสาร รายสัปดาห์ เมื่อเรียนอยู่ชั้น ม.ศ.3 และเขียนบทกวีลงตามนิตยสารต่างๆเรื่อยมาไม่ต่ำกว่า 50 ชิ้น(สำนวน)  บทที่ได้รับความสำเร็จสูงสุดชื่อ “แขนของคำ”  ตีพิมพ์ในนิตยสาร โลกหนังสือ ฉบับเดือนพฤษภาคม 2523 ..ภายหลังได้รับการคัดเลือกให้เป็นบทกวีดีเด่น ประจำปี 2523  ของสมาคมภาษาและหนังสือฯ

เริ่มทำหนังสือเล่มออก จำหน่ายในนามกลุ่มกิจกรรมตั้งแต่เป็นนิสิตปี 1  คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  จุฬาฯ  ในปี 2517  และปีต่อมาเมื่ออยู่ปี 1 ม.ธรรมศาสตร์ในปี 2518   กระทั่งปี 2521 ก็เริ่มทำงานเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์ทั้งที่เป็นของตัวเองและเป็น ลูกจ้าง    สำนักพิมพ์ที่เป็นผู้ก่อตั้งและมีส่วนผลักดันนักเขียนหลายคนในฐานะ บรรณาธิการประจำตัวคือ สำนักพิมพ์ฅนวรรณกรรม
ขณะเรียนปริญญาตรีที่ธรรม ศาสตร์ หันมาสนใจด้านงานแปล  ผลงานเรื่องแรกที่ได้รับการตีพิมพ์คือ  “สวรรค์คือถังขยะ” (“Heaven is a Garbage Bin”)  เรื่องสั้นของกฤษณะ จันทร นักเขียนอินเดีย   ชื่อเรื่องสั้นและชื่อนักเขียนคนนี้เป็นที่มาของนามปากกา “ชยะ ศรีกฤษาณ”
ผลงานแปลส่วนใหญ่เป็นเรื่องสั้นหลากหลายแนว  ใช้นามปากกาต่างๆมากกว่า 5 นาม ตีพิมพ์มาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 เรื่อง แต่งานที่ใช้ในการดำรงชีพจริงๆคืองานบรรณาธิการ ทั้งบรรณาธิการหนังสือเล่ม บรรณาธิการนิตยสาร บรรณาธิการสำนักพิมพ์ และบรรณาธิการประจำตัวนักเขียน
เคย เป็นบรรณาธิการนิตยสาร ถนนหนังสือ รายเดือน ตั้งแต่ ฉบับที่ 3  (กันยายน 2526 ) จนถึงฉบับสุดท้าย (ธันวาคม 2530)  รวม 4 ปีเศษ   ต่อมาเป็นบรรณาธิการผู้ช่วยนิตยสาร ช่อการะเกด  อยู่ 9 ปี  ( 2532-2542 ) ปัจจุบันเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์รหัสคดี ซึ่งเริ่มดำเนินกิจการของตัวเองมาตั้งแต่ปลายปี พ.ศ.2542

นามปากกา
ชยะ ศรีกฤษาณ, เวหน วิษุวัต, ประทีป นวทัศน์, เด่น ดุลสมาน, อักขะ ตติยพิภพ ฯลฯ

ผลงานแปลที่พิมพ์เป็นเล่มแล้ว อาทิเช่น
1. ราตรีพิลาป  แปลจาก When Night Fall  นวนิยายของ ขวาชา อหะหมัด อั๊บบ๊าส(Kwaja A Abbas) นักเขียนอินเดีย
2. รักแรก  แปลจาก First Love  เรื่องสั้นขนาดยาวของแม็กซิม กอร์กี้ (Maxim Gorky) นักเขียนรัสเซีย
3. ปราสาทแห่งสุดท้าย  แปลจาก The Last Castle เรื่องสั้นขนาดยาวของแจ๊ค แวนซ์
4. วัฏจักรเวลา  แปลจาก By His Bootstrap เรื่องสั้นขนาดยาวของโรเบิร์ต เอ. ไฮน์ไลน์
5. เหนือพระเจ้า  แปลจาก Behold the Man เรื่องสั้นขนาดยาวของ ไมเคิ่ล มัวร์ค็อค
สามเรื่องหลังเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ แปลโดย เวหน วิษุวัต

รายการ “ศิลป์สโมสร” ดำเนินรายการโดย พนิตนาฏ ฉัตรวิไล ออกอากาศทาง ไทยพีบีเอส เชิญมาสนทนาในรายการเมือสัปดาห์ที่ผ่านมา ตอนหนึ่งในรายการเขาเปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังทำโครงการหนึ่งคือ โครงการมาตรฐานวรรณกรรมพิมพ์จำกัด หรือชื่อย่อว่า “มวจ.”

เรืองเดช เล่าว่าในวงการสำนักพิมพ์ต่างๆในไทย ซึ่งมีอยู่จำนวนหลายร้อยสำนักพิมพ์ ที่สามารถอยู่ได้จริงๆก็มีเพียงไม่กี่สำนักพิมพ์ นอกนั้นล้วนขาดทุนในการดำเนินการทั้งสิ้น พิมพ์หนังสือออกมาแล้วขายไม่ได้ แถมยังมีปัญหาเรื่องการวางขายในร้านจำหน่ายหนังสือใหญ่ๆอีกด้วย ที่ทนทำกันอยู่นี้ล้วนแต่มีใจรักในงานนี้กันทั้งนั้น

ที่จะขายได้บ้างก็คือวางขายในงานสัปดาห์หนังสือ ซึ่งปีหนึ่งก็มีการจัดงานกันเพียง 2 ครั้ง สำนักพิมพ์ขนาดเล็กทั้งหลายจึงกลายเป็นชาวนาทำนาปีละ 2 ครั้ง โครงการ “มวจ”.จะเป็นเครื่องหมายที่พิมพ์บนปกหนังสือหรือหน้าหนังสือที่เหมาะสม เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงให้ผู้อ่านทราบว่าเป็นหนังสือดีที่ควรอ่าน และพิมพ์จำนวนจำกัด รับรองคุณภาพของเนื้อหาว่าน่าอ่าน ซึ่งผู้อ่านจะมีความเชื่อมั่นและซื้อหาไปอ่านอย่างไม่ผิดหวัง

ขอสนันสนุนให้โครงการนี้ของ เรืองเดช จันทรคีรี ประสบความสำเร็จสมดังความตั้งใจ

ขอบคุณประวัติของเรื่องเดช จันทรคีรี
จากเว็บไวต์ของสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย

Explore posts in the same categories: พูดจาประสาคนไทย

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

You can comment below, or link to this permanent URL from your own site.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: