สังคมไทยก้าวหน้าหรือล้าหลัง

ผมมานั่งคิดเล่นๆ(จริงๆ)ว่า คนไทยในสังคมโดยรวมวันนี้ มีความก้าวหน้าหรือว่าล้าหลังกันแน่ เพราะมีภาพในสังคมไทยที่มันขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง อาทิ ยังมีคนกลุ่มหนึ่ง(จริงๆ) ที่มาชุมนุมกันโดยพร้อมใจกันสวมเสื้อสีแดง และมาตะโกนโห่ร้อง(เรียก)หาประชาธิไตยตามริมถนน โดยไม่สนใจว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นที่ใช่รถใชัถนนหรือเปล่า

หากใครถามพวกเขาว่าทำเช่นนี้ทำไม พวกเขาก็จะเถียงข้างๆคูๆว่า เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ โดยจะหยิบมาเพียงวรรคเดียว ส่วนวรรคต่อไปในรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า “ต้องไม่ทำความเดือดร้อนให้คนอื่น” พวกเขาจะทำเป็นมองไม่เห็นซะงั้น…ฮา

อีกภาพหนึ่งของสังคมไทย ก็จะมีกลุ่มคนที่ทำมาหากินในสาขาอาชีพต่างๆ สนใจเล่นอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะเว็บไซต์ประเภท Social Network/Social Media เช่น Facebook,Twitter เป็นต้น

และบางครั้งก็นำเว็บไซต์เหล่านี้มาสร้างกระแสสังคมเรียกร้องอะไรต่อมิอะไรตามใจปรารถนา ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างก็ว่ากันไป

แต่ส่วนใหญ่ผู้ที่เล่นเว็บฯเหล่านี้มักจะไม่ค่อยมีบทบาททางการเมืองมากนัก ส่วนใหญ่เล่นเพื่อสังคม และบางคนติดหนักขนาดตื่นนอนขึ้นมาต้องเข้าดูเว็บฯเหล่านี้ทันที ว่ามีใครโพสต์อะไรกันบ้าง

แต่อย่างไรก็ตามสังคมไทยโดยรวมวันนี้ ค่อนข้างจะสับสนพอสมควร ทั้งนี้ก็เป็นไปตามธรรมชาติของสังคมมนุษย์นั่นเอง อย่าไปวิตกกังวลกับมันมากนัก

ที่น่าเป็นห่วงคือมีคนในสังคมอยู่สองสามกลุ่ม ที่มักจะมีบทบาทชี้นำผู้คนในสังคมคือ สื่อมวลชน นักการเมือง และนักวิชาการ

ที่มักจะชี้นำคนในสังคมให้เห็นดีเห็นชอบไปตามที่ตนต้องการ หากใครรู้ไม่เท่าทันก็มักจะตกเป็นเหยื่อ ทำให้เกิดความสับสน ไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงคืออะไร เรื่องเดียวกันแท้ๆ คนสามกลุ่มนี้อาจจะพูดให้เป็นคนละเรื่องเดียวกันก็มีบ่อยๆ

ยกตัวอย่างสดๆร้อนๆวันนี้ กรณีที่องค์การนาซาขอใช้สถานที่สนามบินอู่ตะเภา เพื่อทำโครงการวิจัยสภาพสิ่งแวดล้อมในย่านเอเซียแปซิฟิค คนสามกลุ่มดังกล่าวยังพูดเรื่องนี้ ให้เป็นไปคนละเรื่องเดียวกันเลย แล้วชาวบ้านตาสียายมียายมาจะรู้เรื่องไม๊เนี่ย…ฮา

วันนี้แล้วคนไทยจะทำอย่างไร วิธีแนะนำที่เป็นธรรมดาที่สุดคือ ต้องตั้งสติไตร่ตรองเรื่องต่างๆอย่างรอบคอบ อย่าฟังความข้างเดียว ใช้วิจารณญาณอย่างถี่ถ้วน แล้วจะเกิดปัญญารู้แจ้งว่าข้อเท็จจริงมันคืออะไร

เคยมีใครหลายคนให้คำแนะนำว่า วันนี้อย่าอ่านหนังสือพิมพ์เพียงฉบับเดียว อย่าดูทีวีเพียงช่องเดียว อย่าเชื่อสิ่งที่เค้าว่า ต้องพยายามเรียนรู้ดูสิ่งต่างๆรอบตัวให้มากเข้าไว้

แต่ทั้งหลายทั้งปวงที่ว่ามานั้น คนไทยวันนี้จะมีสักกี่คนที่ทำได้

เพราะพื้นฐานความคิด และการศึกษาของแต่ละคนต่างกัน รวมทั้งสิ่งแวดล้อมของแต่ละคนด้วย เป็นปัจจัยที่สำคัญทำให้ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ

หากจะพูดให้เป็นรูปธรรมที่สุด เราคงต้องเริ่มต้นที่การศึกษาของชาติ ให้การศึกษา ปลูกฝังปัญญาที่ดีงามให้กับอนุชนคนรุ่นใหม่

น่าจะดีกว่ามาแก้ที่คนรุ่นปัจจุบัน เพราะกลายเป็นไม้แก่ดัดยากไปแล้ว

แต่วันนี้ก็มีข่าวหลุดออกมาว่า เด็ก ป.1ที่จะได้รับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือ แทบเล็ต ที่เพิ่งส่งมาจากจีนแดงวันสองวันนี้ มีภาษาไทยวิบัติมากมาย อ่านไม่รู้เรื่องเรื่อง

อนิจจา เพิ่งจะเริ่มต้นนะ ก็ทำท่าจะบานปลายซะแล้ว

Explore posts in the same categories: คิดไปเขียนไป

ป้ายกำกับ: , , , ,

You can comment below, or link to this permanent URL from your own site.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: