ที่ปรึกษาแบบไทยๆ

ปกติผมชื่นชมผลงานของ ดร.เสรี วงษ์มณฑามานานหลายปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องการตลาด การประชาสัมพันธ์ ฯลฯ หรือผลงานด้านการจัดทำโฆษณาต่างๆ

โดยผมจะมองข้ามภาพลักษณ์ของอาจารย์ไป ไม่สนใจว่าอาจารย์จะเป็นอะไร จริตจะก้านในการพูดจาจะเป็นยังไง สนใจแต่แนวคิดและผลงานของท่านเท่านั้น

ผมติดตามผลงานทางด้านรายการทีวีของอาจารย์มานานพอสมควร เช่น รายการ ยายเม้าท์สอนหญิงหรืออะไรประมาณนี้ ส่วนอีกรายการที่เพิ่งมาดูคือ เกร็ดทำกิน ออกอากาศเวลาประมาณ 21.30-22.45 น. ทาง ทีวี ช่อง TNN 2

เมื่อคืน( วันจันทร์ที่ 13 กพ.) ก็ดูรายการตามที่กล่าวมาข้างต้น มีสาระที่ขออนุญาตนำมาขยายต่อคือ อาจารย์พูดถึงคนไทยว่า ไม่ค่อยจะเคารพในทรัพย์สินทางปัญญาของคนอื่น บางครั้งฉกฉวยเอาแนวคิดของคนอื่นมาทำมาหากินหน้าตาเฉยเลย

อาจารย์เสรียกตัวอย่างให้ฟังสองสามเรื่องคือ เมื่อไม่นานมานี้เคยได้รับเชิญจากนักธุรกิจใหญ่และมีชื่อเสียงคนหนึ่ง ให้ไปทานข้าวด้วย แล้วนักธุรกิจคนนี้ก็ปรารภว่า เขามีเงินเยอะมากๆจะทำอะไรก็ได้ แต่ที่เขาอับจนอยู่เวลานี้คือ คิดอะไรไท่ค่อยออก พูดลักษณะเหมือนจะเชิญอาจารย์มาเป็นที่ปรึกษา อาจารย์ก็แนะนำเขาไปหลายเรื่อง ตามความเคยชินที่เคยปฏิบัติมา นักธุรกิจคนนั้นจดอะไรต่อมิอะไรไปหมด สุดท้ายก็พูดสรุปว่า เขาคิดได้แล้ว เขาทำได้แล้วคราวนี้ เพราะสิ่งที่อาจารย์พูดมานั้น เขาคิดไม่เป็น

อาจารย์เสรีพูดว่าในชีวิตที่ทำงานมาตั้งแต่อายุ 28 ปี เคยให้คำแนะนำผู้คนไปมากมาย ผลตอบแทนคือ กินข้าวฟรีหนึ่งมือเท่านั้น จนมาถึงวันนี้อายุ 63 ปีแล้ว

อาจารย์พูดว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งเมื่ออาจารย์อายุประมาณ 50 กว่า เคยได้รับค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินเพียงครั้งเดียวคือ สยามสเต็กที่มีชื่อเสียงของไทยเมื่อสามสิบกว่าปีมาแล้ว เกิดความวิตกว่าหากฟาสต์ฟูดของฝรั่ง เช่น แม็คโดนัล เข้ามาเมืองไทย จะตั้งรับทางการตลาดอย่างไร ตอนนั้น อ.ไกรฤทธิ์ บุญยเกียรติ เป็นที่ปรึกษาของสยามสเต็ก เชิญอาจารย์เสรีไปปรึกษาเรื่องนี้ และคนที่มารับคำปรึกษาจากอาจารย์ก็ถือเช็คเงินสดจำนวนหนึ่งหมื่นบาทมาด้วย และวางเช็คฉบับนั้นต่อหน้าอาจารย์ บอกว่าค่าตอบแทนในการมารับคำปรึกษา

อาจารย์เสรีพูดว่านี่เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตการทำธุรกิจให้คำปรึกษา ยังมีตัวอย่างที่คลาสสิคอีกเรื่องหนึ่งคือ มีบริษัทธุรกิจขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง มีฝ่ายโฆษณาภายในบริษัท จะออกสินค้าตัวใหม่แต่ไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไร จึงเชิญบริษัทจัดทำโฆษณาภายนอก 3-4 แห่ง มาพรีเซ้นต์งานโฆษณาเสมือนว่ามีงบประมาณที่จะว่าจ้างประมาณนั้น

บริษัทโฆษณาที่รับเชิญต่างก็พยายามคิดหาวิธีการจัดทำโฆษณากันหัวแทบระเบิด แล้วเข้าไปพรีเซ็นต์ทีละบริษัท เวลาผ่านไปพอสมควรก็ปรากฏว่ายังไม่มีบริษัทไหนรับงานมา ไม่ช้าไม่นานก็ปรากฏว่าบริษัทใหญ่นั้นก็ทำโฆษณาออกมา แคมเปญโฆษณานั้นก็เอามาจากแนวคิดของบริษัทโฆษณาที่มาเสนองานนั่นเอง

เพียงแต่หยิบเอามาบริษัทละส่วนเท่านั้น

อาจารย์เสรียังพูดคำคมในรายการอีกว่า คนไทยไม่ค่อยให้ความสำคัญกับคนที่ชี้ตาน้ำให้ ซึ่งมีความสำคัญกว่าคนขุดบ่อน้ำ

ความหมายคือ คนที่ชี้ตาน้ำนั้นต้องมีความรู้และประสบการณ์ที่ดี จึงสามารถจะรู้ได้ว่าตรงไหนจะมีตาน้ำ และขุดแล้วได้น้ำมาใช้ ส่วนคนขุดน้ำนั้นก็ขุดตามที่คนชี้ตาน้ำบอกให้

สรุปแล้วอาจารย์เสรีพูดว่า เพราะคนไทยยังขาดความสำนึกในคุณค่าของคนที่ให้คำปรึกษา คนที่ให้คำปรึกษาก็ไม่สันทัดในเรื่องลิขสิทธิ์จดทะเบียนภูมิปัญญาของตน คนไทยจึงให้คำปรึกษาแบบไทยๆตลอดมา

ผมเองเคยไดินคำว่าที่ปรึกษาแบบไทยๆมานาน เพิ่งจะมาถึงบางอ้อเมื่อชมรายการ “เกร็ดทำกิน” ของ อาจารย์เสรี วงษ์มณฑา คืนนี้เอง

 

Explore posts in the same categories: พูดจาประสาคนไทย

ป้ายกำกับ: , , , , , , ,

You can comment below, or link to this permanent URL from your own site.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: