ความเชื่อของคนไทย(บางกลุ่ม)

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555 ผมและครอบครัวได้เดินทางไปทำบุญอุทิศกุศลให้คุณแม่(ยาย)ที่ วัดหนองไข่ อ.กระทุ่มแบน สมุทรสาคร โดยการถวายภัตตาหารเพลแก่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป

เหตุผลที่ต้องมาบำเพ็ญกุศลที่วัดนี้ เพราะสมัยที่คุณแม่(ยาย)ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านมักจะมาทำบุญที่วัดนี้เสมอๆ เช่นอุทิศเงินสร้างศาลา ฯลฯ เพราะท่านมีบ้านเดิมอยู่ข้างวัดนี้ (นี่ก็เป็นความเชื่อแบบหนึ่ง)

ความเชื่อคือสิ่งที่คนเชื่อว่าสิ่งที่เห็นและได้ยินมานั้นเป็นความจริง ความเชื่อเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มานานแล้ว ตั้งแต่สมัยที่มนุษย์ยังไม่มีหลักเกณฑ์การพิสูจน์สิ่งต่างๆ มนุษย์ยังไม่รู้จักวิทยาศาสตร์ สมัยพุทธกาลพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเคยตรัสสั่งสอนพุทธสาวกไม่ให้เชื่อในสิ่งต่างๆ(กาลามสูตร) แต่มนุษย์เราก็ยังมีความเชื่อในสิ่งต่างๆมาจนถึงวันนี้

อาทิ ความเขื่อในเรื่องไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ แม้กระทั่งความเชื่อในเรื่องพิธีกรรมสวดภาณยักษ์ ที่คนไทย(บางกลุ่ม)วันนี้ ยังมีความเชื่ออย่างสนิทใจ และจัดพิธีกรรมแบบนี้กันอย่างแพร่หลายทั่วไปตามวัดต่างๆ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด

ที่วัดหนองนกไข่ก็เช่นกัน มีการจัดพิธีกรรมสวดภาณยักษ์เกือบจะตลอดทั้งปี นัยว่ามีผู้จัดอย่างเป็นระบบแบบธุรกิจ (Ogarnizer) ทางวัดเพียงให้ยืมสถานที่จัดพิธีเท่านั้น โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าไฟฟ้า ค่าน้ำตามสมควรมาทำความรู้จักกับพิธีกรรมการสวดภาณยักษ์ว่า มีความเป็นมาอย่างไรกัน

การสวดภาณยักษ์หรือการสวดพระอาฏานาฏิยปริตร มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลโดยมีความเชื่อกันว่าผู้แต่งบทสวดนี้ขึ้นมาคือยักษ์อาศัยอยู่ชั้นจาตุมหาราชิกาซึ่งสูงกว่ามนุษย์เพียงชั้นเดียว ในการเข…้าพิธีสวดนี้ผู้เข้าพิธีต้องมีขันหรือที่เรียกกันว่า ขันครู ข้างในจะประกอบไปด้วยของหลักๆคือผ้ายันต์และด้ายสายสิญจ์และข้าวสาร เมล็ดถั่วเขียวต่างๆเพื่อนำไปโปรยไว้ตามบ้านหรือใส่ในกระถางธูปเพื่อเป็นสิริมงคลหลังจากเสร็จพิธี ในขณะประกอบพิธีบางคนก็มีอาการประหลาดต่างๆเกิดขึ้น เช่น กระโดดโลดเต้น ชักดิ้นชักงอ คล้ายกับคนโดนของเพราะเชื่อว่าเป็นการสวดขับไล่สิ่งไม่ดีให้ออกไปจากตัวรวมทั้งเสริมบารมีไปในตัวด้วยเช่นกันหากในตัวผู้ใดมีการสักยันต์หรือโดนคุณโดนของก็จะมีอาการออกมาอย่างนั้น เช่น สักหนุมานก็จะกระโดดโลดเต้นเป็นลิง เป็นต้น ทำนองการสวดจะแปลกกว่าพระคาถาที่ได้ยินอยู่ทั่วไปคือเสียงสวดจะฟังดูแล้วน่ากลัวโหยหวนผสมกับกระแทกกระทั้นดุดันสลับเสียงไปมาในบรรดาพระสงฆ์เจ้าพิธีซึ่งมีอยู่4รูป ระหว่างทำพิธีก็จะมีพระมาคอยประพรมน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลต่อผู้เข้าร่วม

จะเชื่ออะไร จะทำพิธีกรรมอะไร ก็ทำไป(ตามความเชื่อ) เถิด ขอเพียงอย่าให้ผู้คนส่วนใหญ่เขาเดือดร้อนก็แล้วกัน

แล้วโปรดอย่าเอาความเชื่อส่วนตนหรือกลุ่มของตนมาชวนเชื่อว่า แก้นั่น แก้นี่แล้ว บ้านเมืองจะสงบสุขเป็นประชาธิปไตย โดยอ้างแบบเชยๆว่าเป็นสิทธิตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

ผู้คนวันนี้เขาฉลาดแล้วครับท่าน

Explore posts in the same categories: พูดได้ตามใจคือไทยแท้, Uncategorized

ป้ายกำกับ: , , , ,

You can comment below, or link to this permanent URL from your own site.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: