Posted tagged ‘ทีวีสีช่อง 7’

ขอแสดงความยินดี “กระจกหกด้าน” ครบทศวรรษที่ 3

กรกฎาคม 30, 2012

เคยได้ยินคำพูดนี้ว่า “การทำรายการสารคดีนั้นยาก แต่จะทำให้รายการอยู่ได้นานๆยากยิ่งกว่า” เป็นคำกล่าวที่เป็นสัจธรรมอย่างยิ่ง

ในเมืองไทยเคยมีผู้จัดทำรายการสารคดีมานานแล้ว เช่น รายการสองข้างทางรถไฟ เที่ยวไปกับโอวัลติน เป็นต้น และมีรายการสารคดีที่อยู่ในรุ่นเดียวกันที่ยังคงอยู่เห็นจะมีน้อยมาก หรือเกือบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ ที่ยังพอมีให้ชมนั้นก็มีเพียงสองรายการคือ ความรู้คือประทีป และ “กระจกหกด้าน”

วันนี้ผมขอหยิบยกเอารายการ “กระจกหกด้าน” มาชื่นชมด้วยความยินดีครับ

“กระจกหกด้าน” เป็นรายการสารคดีที่ออกอากาศเกือบทุกวัน ทางทีวีสี ช่อง 7 เวลาบ่ายๆประมาณเวลา 16.00 น. เริ่มออกอากาศครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2526 วันที่ 1 สิงหาคม 2556 จะมีอายุครบ 3 ทศวรรษ

รูปซ้ายมือนี้คือ สุชาดี มณีวงศ์ ผู้ให้กำเนิดรายการสารคดี “กระจกหกด้าน” หลายท่านอาจจะไม่ค่อยคุ้นชื่อหรือหน้าตาของเธอนัก แต่ใครที่ติดตามชมรายการนี้จะคุ้นกับเสียงบรรยายที่เรียบ เย็น ชัดเจน และชวนฟัง นั่นคือเสียงบรรยายของเธอเอง

เริ่มจากชื่อรายการที่ฟังแปลก มีที่มาคือ ได้แนวคิดจากคำสอนของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรมรังสี) ที่พระคุณท่านสอนว่า เวลาดูกระจก อย่าดูเพียงด้านเดียว ให้ดูหลายๆด้านดูให้ครบหกด้าน ความหมายคือสอนให้คนเราดูตัวเอง ดูญาติมิตร ดูคนที่อยู่ใกล้เคียง แล้วจะรู้ว่าควรจะประพฤติปฏิบัติตัวอย่างไร

ด้วยแนวคิดนี้รายการ “กระจกหกด้าน” จึงเป็นรายการสารคดีที่นำเสนอเรื่องราวหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศิลปะวัฒนธรรม สังคมสิ่งแวดล้อม อาหาร ฯลฯ เป็นต้น

ถึงแม้รายการจะนำเสนอเรื่องราวมากมายหลายด้าน สุชาดี เล่าด้วยความภูมิใจว่า รายการจะเสนอข้อมูลที่ถูกต้องเสมอ ผ่านการตรวจสอบจากประวัติความเป็นมาแต่ละอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่มีผิดพลาดเป็นอันขาด แม้กระทั่งบทบรรยายก็ต้องผ่านการตรวจตราอย่างดี ดังนั้นผู้บรรยายจึงเป็นเธอเอง ซึ่งแน่ใจว่าจะไม่มีอะไรที่ผิดพลาดเป็นอันขาด

สุชาดี เล่าว่ามีนักศึกษาจำนวนมากที่มาขอข้อมูลรายการไปประกอบการเขียนวิทยานิพนธ์ หรือสถาบันการศึกษาหลายแห่งมาขอเทปรายการไปประกอบการสอน เพราะทุกคนให้ความเชื่อมั่นในข้อมูลและความถูกต้องของรายการ เปรียบเสมือนรายการนี้เป็นสถาบันเกี่ยวกับข้อมูลความรู้เฉกเช่นห้องสมุดทีเดียว

จำนวนเรื่องราวที่นำเสนอออกอากาศมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7,000 เรื่อง เป็นงานที่ สุชาดี เล่าว่าเธอต้องทุ่มเทให้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นกำลังใจ กำลังกาย และกำลังทรัพย์ก็ตาม ในปีแรกๆที่นำไปเสนอตามทีวีช่องต่างๆ ไม่มีทีวีช่องไหนให้ความสนใจเลย เพราะสมัยนั้นทีวีมักจะมุ่งไปที่การเสนอเรื่องราวความบันเทิงเป็นหลัก เช่นละคร เป็นต้น มีเพียงคุณสุรางค์ เปรมปรีย์ ผู้บริหารของ ทีวีสีช่อง 7 คนเดียวที่สนใจ และเปิดโอกาสให้นำเสนอออกอากาศมาจนวันนี้

สุชาดี เล่าว่ามีความมุ่งมั่นในการทำรายการสารคดีนี้อยู่สามประการหลักๆคือ คุณภาพของรายการ คุณภาพของคนที่มาทำงานด้วย ความขยันในการศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา รายการ “กระจกหกด้าน” ได้สร้างคนออกไปสู่วงการจำนวนมาก เพราะเมื่อเขามาทำงานอยู่กับเธอ วันหนึ่งเขาก็ต้องการออกไปหาประสบการณ์ที่ดีขึ้น ซึ่งเธอก็ยินดีเพราะเป็นอนาคตที่ดีของเขา แล้วเธอก็รับคนใหม่มาสร้างต่อไปอีก เป็นเช่นนี้มาเกือบจะ 30 ปีแล้ว

สุชาดี เล่าว่าทุกปีที่ครบกำหนดปีของรายการหนึ่งหรือสองวัน เธอจะจัดงานสังสรรค์เล็กๆเชิญเพื่อนสนิทมิตรสหายและผู้ที่คุ้นเคยกันในวงการมาพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และก่อนที่จะครบกำหนด 30 ปีของรายการคือคือวันที่ 1 สิงหาคม 2556 เธอก็จะจัดงานสังสรรค์เหมือนเช่นเคยมาทุกปี

ณ วันนี้สุชาดีได้ทำสิ่งที่อยากจะทำมานานแล้ว แต่ยังหาโอกาสไม่ได้สักครั้งคือ การเขียนหนังสือสักเล่มหนึ่ง เป็นผลงานเขียนที่เธอฝันไฝ่ และได้ลงมือเขียนแล้วจนสำเร็จ ชื่อหนัง “สักวัน(เริ่ม)แก่” เป็นเรื่องราวรำพึงรำพันเกี่ยวกับชีวิตของตนเองว่า ก่อนจะแก่(ตัว)ได้ทำอะไรมาบ้าง และอะไรที่ยังไม่ได้ทำ

สุดท้ายนี้ผมในฐานะแฟนประจำที่ติดตามดูรายการ “กระจกหกด้าน”มานานหลายปี ขออวยพรให้รายการนี้จงเจริญก้าวหน้าตลอดไป อยู่คู่กับวงการทีวีไทยไปตลอดกาลนาน

 

ขอบคุณภาพประกอบข้อเขียนจาก นิตยสาร “ผู้จัดการ” ออนไลน์

 

 


ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.